Walk-in หรือ Online แบบไหนได้งานเร็ว

walk

มีคำถามจากผู้ที่กำลังมองหางาน และนักศึกษาที่กำลังจะเข้าสู่โหมดแรงงานว่า “ทำไมจึงต้อง Walk-In Interview  เพื่อสมัครงาน และงาน JOB Fair สำคัญต่อการได้งานอย่างไร”

ตอบเลยว่า สำคัญมาก เพราะการสมัครงานนั้น นอกจากประวัติที่น่าสนใจแล้ว การพรีเซนต์ตัวเอง ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันค่ะ โดยมีความแตกต่างระหว่าง การสมัครงานออนไลน์ กับการ Walk-In interview ดังนี้ค่ะ

การสมัครงานออนไลน์

ข้อดีคือ เราสามารถกรอกข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แล้วกดสมัครกับบริษัทที่เราสนใจได้เลย ซึ่งมีให้เลือกมากมายในเว็บไซต์หางานต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยประหยัดการเดินทางอีกด้วย

ข้อเสียคือ บางครั้ง แม้เราจะกรอกประวัติครบ มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทต้องการทุกอย่าง แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่มีการติดต่อกลับ ทั้งยังไม่ทราบว่าเพราะอะไรคุณสมับติของเราถึงยังไม่ใช่สำหรับบริษัทนั้น ๆ  ทำให้เราต้องใช้เวลาในการหางานเพิ่มขึ้น และไม่เคยทราบเลยว่า ทำไมจึงยังไม่มีบริษัทที่สมัครเรียกเสียที!!!!

การ Walk-In Interview

ข้อดีคือ เราสามารถเดินทางเข้าไปกรอกใบสมัคร กับบริษัทที่เราต้องการและสะดวกต่อผู้สัมภาษณ์ ที่จะเรียกเราสัมภาษณ์หลังจากกรอกใบสมัครเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีการซักถามนอกเหนือจากประวัติที่กรอก ทำให้เราสามารถพรีเซนต์ตัวเองได้เต็มที่ และผู้สัมภาษณ์ก็จะตัดสินใจได้ว่า เราเหมะสมกับองค์ของเค้าหรือไม่ ตัวเราผู้ถูกสัมภาษณ์ก็รู้ทันทีว่าจะได้หรือไม่ได้งาน ไม่จำเป็นต้องรอผล เหมือนสมัครงานออนไลน์

ส่วนข้อเสียคือ บริษัทที่เราไปสัมภาษณ์อาจจะไม่เลือกเรา  เมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะสามารถทราบได้ทันที ไม่มีต้องรอให้เสียเวลา

ส่วนงาน JOB Fair นั้น ก็เป็นเรื่องผู้มองหางานไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ถือเป็นศูนย์รวมของบริษัทชั้นนำมากมาย ที่เข้ามาจัดกิจกรรม พร้อมรับสมัครพนักงานใหม่เข้าสู่องค์กร จึงเป็นโอกาสที่เราจะเข้าไปหาตำแหน่งงาน ที่ถูกใจ พร้อมกรอกใบสมัครและสัมภาษณ์ได้ทันทีเช่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการสอบถามในตำแหน่งงานที่เราสนใจได้อย่างเต็มที่ เพราะโดยปกติแล้ว หากเราโทรเข้าออฟฟิศ เรามักจะไม่ได้รายละเอียดเท่ากับการเดินทางมาสอบถามด้วยตนเอง

สำหรับผู้ที่กำลังมองหางานใหม่ ผู้ว่างงาน ก็อย่าลืมเปิดมุมมองโอกาสใหม่ในการสมัครงานนะคะ มีหลายช่องทางให้ท่านเลือก และมีหลายบริษัทกำลังรอให้ท่านเดินเข้าไปหาอยู่ค่ะ….JOBBKK.COM ขอเป็นกำลังใจให้ท่านได้งานกันทุกคนนะคะ

 

 

และสำหรับข่าวสารดี มีสาระ พร้อมกิจกรรม เพื่อนๆ สามารถติดตามพวกเราได้ที่

Youtubehttps://www.youtube.com/user/jobbkkdotcom

JOBBKK Facebook Fanpagehttps://www.facebook.com/jobbkk

Share This:

ดื่มน้ำอย่างไรให้สุขภาพดี

water

พนักงานในออฟฟิศ หรือบุคลากรที่ทำงานในห้องแอร์ทั้งหลาย อ่านทางนี้กันค่ะ!!!!…..

ท่านทราบหรือไม่คะว่า

ทำไม??? จึงปวดหัวบ่อยเวลาทำงาน

ทำไม??? ผิวหนังจึงแห้ง ไม่มีความสดชื่น???

ทำไม??? จึงชอบมีอาการภูมิแพ้ หายใจติดขัด ไม่โล่งโปร่งรูจมูกเลย

ทำไม??? การขับถ่ายของท่านไม่ปกติ

สัญญาณทั้งหลายเหล่านี้รู้ไว้ว่า  “ท่านกำลังขาดน้ำ” และจะต้องรีบทำตามคำเรียกร้องของร่างกายอย่างเร่งด่วนเลยค่ะ

วิธีการดื่มน้ำที่ถูกวิธี กระทำง่าย ๆ ดังนี้

1.ควรดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำต้มสุก สะอาดที่อุณหภูมิห้อง

2.ดื่มน้ำหรืออาหาร ผลไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำ รวมแล้วได้ประมาณวันละ 6-8 แก้ว

3.หากกระหายน้ำ ควรค่อย ๆ จิบ อย่าดื่มเร็วเกินไป เพราะจะทำให้ระบบไตและระบบย่อยอาหารทำงานหนัก ส่งผลต่อร่างกายภายในส่วนอื่นเสียหาย

4.เมื่อกินอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ควรดื่มน้ำตามมากกว่าเดิม

5.การดื่มที่เป็นประโยชน์มากที่สุดคือ หลังจากตื่นนอน 1 แก้ว ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 1 ชั่วโมง และก่อนนอน 1 ชั่วโมง

ปฏิบัติกันง่าย ๆ ใช่ไหมคะ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำในทุก ๆ วัน แม้ปรับไม่ได้ทั้งหมด ก็ปรับวันละนิด จิบวันละนิดนะคะ เพื่อสุขภาพของตัวท่านเองคะ

 

และสำหรับข่าวสารดี มีสาระ พร้อมกิจกรรม เพื่อนๆ สามารถติดตามพวกเราได้ที่

Youtubehttps://www.youtube.com/user/jobbkkdotcom

JOBBKK Facebook Fanpagehttps://www.facebook.com/jobbkk

Share This:

4 สถานที่มหัศจรรย์วันเด็ก

child

มีช่วงเวลาของวัยเด็กที่เหมือนจะขาดหายไป แต่ก็เป็นช่วงที่จดจำกิจกรรมบางอย่างได้ดี  แม้ว่าจะเรียนจบ เดินสายสมัครงาน และได้ทำงานแล้ว ก็ยังคงอยากจะย้อนกลับไปวัยเด็กเช่นเดิมอยู่ดี

เพราะในวัยเด็กนั้น มีงานที่เด็ก ๆ ทำคือช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน  ไปเรียนหนังสือ มีงานที่โรงเรียน จัดบอร์ดวันสำคัญ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ณ ตอนนั้นก็คิดว่า งานที่ทำยากแล้ว แต่พอมาทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองยิ่งยากมากกว่าวัยเด็กหลายเท่า

วัยเด็กแรกเริ่มนั้นนับตั้งแต่เกิดจนถึง 14 ปี พออายุ 15 เริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น และไม่ยึดติดในกิจกรรมวันเด็กแล้วทำให้ “วันเด็ก” วันนั้นเป็นเพียงความทรงจำสีจาง ๆ

ยังจำวันวานวัยเด็กกันได้ไหม มีสถานที่พ่อแม่มักจะพาคุณไปเที่ยวกันอยู่บ่อย ๆ วันนี้เราจะมาย้อนวันวานสถานแห่งความทรงจำตรงนั้นกันค่ะ

1.งานโรงเรียน  โรงเรียนของเรามีจัดกิจกรรมวันเด็กจัดประกวด มีกิจกรรมให้เด็กและผู้ปกครองตื่นมาแต่งหน้าทำผมแต่เช้าและเล่นเกมส์สนุกสนานมากมาย และที่พลาดไม่ได้ จะมีการแจกขนม และเราไปยืนต่อแถวรับขนมหลาย ๆ รอบ

2.ค่ายทหาร ใกล้บ้าน หรือสนามหญ้า มีการแสดงผาดโผน กระโดดร่มของพี่ ๆ  ทหาร เราไปยืนดูด้วยความตื่นเต้น ลุ้นว่าร่มจะกางไหม  พอร่มกางแล้ว เห็นบินวนฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้า ก็ยืนดู ลุ้นแบบตื่นเต้น

3.สวนสนุก เมื่อครั้งอดีต  Hot  สุด เห็นจะเป็นสวนสยามทะเลกรุงเทพ ถือเป็นแหล่งท้าทายความสามารถของเรามาก ๆ  อยากเข้าไปเล่นทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่พอได้เข้าไปแล้ว กลับไปยืนขาสั่นอยู่หน้าเครื่องเล่น

4.สวนสัตว์  ในวัยเด็ก ความใฝ่ฝันขั้นสูงสุดคืออยากเห็นสรรพสัตว์ทุกอย่าง จำได้ว่าละลานตามากเมื่อเจอยีราฟคอยาว เจอแรดจากในหนังสือออกมามีชีวิตจริง ๆ ในสวนสัตว์แห่งนี้ นกแก้วขนสีสวย ที่เราชอบระบาย มาเจอของจริง สีสันสดใส และทุกวันเด็ก คือวันที่เราได้เข้าไปดูสัตว์ฟรี

ท้ายที่สุดแล้ว วัยเด็ก คือวัยที่น่าจดจำมากที่สุดแล้วจริงไหมคะ เพราะวัยทำงาน และการเป็นมนุษย์เงินเดือนของเรา ต้องประสบกับหลายสถานการณ์ ทั้งดีและร้าย จึงต้องใช้สติในการดำรงชีวิตอย่างรอบคอบ ไม่มีพ่อแม่คอยจูงเดินเหมือนครั้งยังเด็ก……..

จะอย่างไรก็ตาม หากเหนื่อยล้ากับงาน ขอให้นึกถึงเรา JOBBKK.COM มีงานดี ๆ มากมายรอคุณอยู่นะคะ

 

และสำหรับข่าวสารดี มีสาระ พร้อมกิจกรรม เพื่อนๆ สามารถติดตามพวกเราได้ที่

Youtubehttps://www.youtube.com/user/jobbkkdotcom

JOBBKK Facebook Fanpagehttps://www.facebook.com/jobbkk

Share This:

4 บุคลิกภาพของพนักงานเข้าใหม่ บ่งบอกอะไรบ้าง

so

ในแต่ละองค์กรจะมีพนักงานสมัครงานเข้ามาหน้าตาใหม่ ๆ เสมอ เราไม่รู้เลยว่าแต่ละคนเข้ามาเป็นอย่างไร วันนี้เรามีวิธีสังเกตในเบื้องต้นมาฝากกันค่ะ

1.คนที่เดินเข้ามาแบบมั่นใจ

คนประเภทนี้ จะเข้ามาแบบสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง มั่นใจว่าทำงานได้แน่นอน แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมีความหวาดกลัวที่จะเริ่มงานใหม่ พบเพื่อนร่วมงานใหม่ คิดมาก ไม่ผูกมิตรกับใคร มั่นใจว่าผลงานจะพาให้คนเข้ามาหาเอง แต่ความจริง ๆ ก็อยากรู้จักคนอื่นนั่นแหละ แต่ไม่มั่นใจที่จะไปแนะนำตัว เลยจะใช้ผลงานการทำงานเป็นสื่อ สุดท้ายแล้ว บุคคลประเภทนี้อยู่ร่วมกับผู้อื่นยาก

2.คนที่เดินเข้ามาแบบเกรง ๆ

คนที่เดินเข้ามา แบบเกรงใจ เกรงกลัว ไม่มั่นใจ เหมือนขาสั่น ความจริงแล้ว เป็นคนที่มีฝีมือในการทำงาน เพียงแต่จะคิดเสมอว่า จะเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไหม งานใหม่เป็นอย่างไร เลยมีความเกรงใจ เกรงกลัวคนอื่นไปทั่ว แต่ก็มีมิตรสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่มีค้านแย้ง ทำให้ผลงานออกมาเร็ว และผู้อื่นมักจะเห็นคุณค่าเสมอ

3.คนที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

จะสังเกตว่า ภายใต้รอยยิ้มใสๆ นั้น มักจะต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังเสมอ ดังนั้นคนประเภทนี้ เพื่อนร่วมงานจะต้องระวังหลังกันเป็นหลัก เพราะประเภทนี้ พร้อมจะรับฟังเพื่อนร่วมงานทุกคน ใครบ่นอะไรจะรับฟังไม่กังขา แต่หลังจากนั้นจะเกิดการ “แทงข้างหลัง” เกิดขึ้น

4.คนที่เดินเข้ามาแบบหน้านิ่ง ๆ เป็นตัวของตัวเอง

คนแบบนี้ตอนแรกเพื่อนร่วมงานรวมหัวกัน “ยี้” แต่พอมาคุยจะค้นพบว่าเป็นบุคคลที่น่าคบคนหนึ่ง ไม่เอาเรื่องใครไปฟ้องใคร อยู่ในส่วนของตัวเอง เหมือนไม่มีตัวตน แต่มีผลงาน ทำงานเรียบ ๆ เรื่อย ๆ บทจะร้าย ร้ายออฟฟิชถล่ม บทจะดี ดีจนเพื่อนในออฟฟิชมึนงงกันเลยทีเดียว

บุคคล 4 บุคลิกนี้ มักจะมีเดินเข้ามาในออฟฟิชคุณอยู่เสมอ ๆ ไม่รู้ว่าออฟฟิชใครหน้าไหน สังเกตกันเองนะคะ ….. แต่จะอย่างไรก็ตาม เพื่อนร่วมงานเหล่านี้ คุณไม่จำเป็นต้องแอนตี้เพียงแค่เห็นบุคลิกเท่านั้น ลองไปสานสัมพันธ์เพื่อการทำงานร่วมกันที่ดีในอนาคตก่อนนะคะ

และสำหรับข่าวสารดี มีสาระ พร้อมกิจกรรม เพื่อนๆ สามารถติดตามพวกเราได้ที่

Youtube: https://www.youtube.com/user/jobbkkdotcom

JOBBKK Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/jobbkk

Share This: