ซากุระ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น,,,!!!

ซากุระ ญี่ปุ่น จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น ระหว่างปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ช่วงเทศกาล ซากุระ ญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นจะนิยมออกมาปูเสื่อใต้ต้นซากุระ และปาร์ตี้สังสรรค์กัน ซากุระ ญี่ปุ่น มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ แตกต่างกันที่ สี รูปทรง และช่วงเวลาที่ดอกผลิบาน ดอกซากุระจะเริ่มบานประมาณปลายเดือนมีนาคมจากทางภาคใต้ เรื่อยขึ้นไปทางภาคเหนือ ทุกๆ ปีกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นจะพยากรณ์ช่วงเวลาที่ซากุระผลิดอก และจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปีนั้นๆ

ซากุระถือเป็นเรื่องราวและหัวข้อที่ถูกหยิบยกนำมาสร้างเป็นผลงานทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมากมายหลากหลายสาขาตั้งแต่ในอดีต หากในโลกนี้ไม่มีดอกซากุระ ก็คงดำเนินชีวิตได้อย่างสงบ ไม่ต้องตื่นเต้นหรือเสียดายในช่วงฤดูใบไม้ผลิกระมัง

อะริวาระโนะ นาริฮิระ ในสมัยนั้น ได้ประพันธ์บทกวีที่ว่า “หากในโลกนี้ไม่มีดอกซากุระ ก็คงดำเนินชีวิตได้อย่างสงบไม่ต้องตื่นเต้นหรือเสียดายในช่วงฤดูใบไม้ผลิกระมัง” มีความหมาย เดียวกับบทกวีทางด้านบน ซึ่งจากกวีบทนี้ ทำให้ทราบถึงความรู้สึกของผู้คนต่างๆ ในขณะที่รอคอย การมาของดอกซากุระอย่างใจจดใจจ่อ และผู้คนที่รู้สึกเสียดายกลีบดอกซากุระที่ต้องร่วงหล่นนั่นเอง

จิตรกรเองก็ได้จำความรู้สึกเหมือนกับในตอนนั้นและนำมาถ่ายทอดเป็นผลงานภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีซากุระประกอบอยู่ด้วย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการผลัดเปลี่ยนฤดูกาล ซึ่งมีอยู่หลายผลงาน ดอกซากุระถึงแม้จะมีช่วงชีวิตและความงามที่สั้นเพียงสิบกว่าวันเท่านั้น แต่ก็ยังถูกนำมากล่าวถึงใน งานด้านศิลปะต่างๆมากมายๆ นี่จึงถือเป็นหลักฐานอย่างดีถึงความรักของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อซากุระนั่นเอง ความชอบซากุระของชาวญี่ปุ่นนั้น ไม่เพียงแต่ในถูกนำมาถ่ายทอดในวงการศิลปะ แต่ในวงการอาหารก็ยังถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางด้วยเช่นกัน

ซากุระโดยทั่วไปมีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือ จะผลิดอกทั้งต้น ก่อนที่จะผลิใบ หลังจากการผลัดใบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ซึ่งก่อนที่ซากุระจะผลิดอกให้เห็นนั้น จะดูเหมือนต้นไม้ที่แห้งแล้งเหมือนต้นไม้ตายซากอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ แต่หลังจากผ่านพ้นความหนาวเย็นของช่วงฤดูหนาวไปแล้ว ต้นซากุระจะเริ่มแตกตา ( tsubomi ) ออกมาเต็มต้นไปหมด และค่อย ๆ โตทีละน้อย ๆ พร้อม ๆ กับอากาศที่อุ่นขึ้นในแต่ละวัน แต่ว่าตาที่ผลิออกมานั้นแทนที่จะเป็นใบอ่อน กลับกลายเป็นดอกสีขาว สีชมพูเต็มต้นไปหมด ก่อนที่จะมีใบอ่อนสีเขียว ที่จะเริ่มผลิออกมาแซมสีของดอกเองในช่วงเวลาสัก 2 สัปดาห์ให้หลัง

ช่วงการเริ่มบานของดอกซากุระจะเป็นช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคม ต่อเนื่องไปถึงต้นเดือนพฤษภาคม (แล้วแต่สถานที่) ทำให้ซากุระ เป็นสัญลักษณ์ที่ผูกพันธ์กับการเริ่มต้นอะไรหลายๆอย่างในชีวิต เช่น การสำเร็จการศึกษา การเข้าศึกษา การเข้าทำงาน ซึ่งมักจะเริ่มในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน จนมีสำนวนที่พูดกันบ่อยๆ เช่น sakura ga saku หมายถึง การสอบเข้า ( เรียน หรือทำงาน ) หรือมีความแฝงว่า ประสบความสำเร็จ เป็นต้น

ซากุระ ธรรมเนียม การชมดอกซากุระ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ผู้คนนำเรื่องราวของดอกซากุระบานมาผูกพันเข้ากับกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การแต่งโคลงกลอน “วากะ” และการวาดภาพขณะชมความงามของดอกซากุระบาน อีกทั้ง มีการจัดเทศกาลต่างๆ ไปทั่วประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่เล็งถึงการที่ต้นซากุระได้ผลิดอกเบ่งบานแล้ว ต้นซากุระที่แผ่กิ่งก้านจะผลัดดอกในช่วงฤดูหนาว แต่จากนั้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมตลอดจนเดือนเมษายน จะกลับมาผลิดอกสีชมพูนำความมีชีวิตชีวากลับคืนมาอีกครั้ง ทำให้ได้สัมผัสถึงทัศนียภาพในแบบญี่ปุ่นอันเป็นรากเหง้าอันสง่างามของชาวญี่ปุ่น สะท้อนความเป็น “วะ” (ความเป็นหนึ่งเดียวกัน) ดอกซากุระจะร่วงหล่นประมาณ 2 สัปดาห์หลังเริ่มผลิบาน ชวนให้ผู้คนได้ระลึกถึงความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง และถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของดอกซากุระบาน

พอพูดถึงซากุระ ทุกคนจะนึกภาพซากุระแบบไหนกัน ดอกไม้กลีบสีชมพู การมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ สัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ซึ่งจะว่าผิดก็ไม่ใช่จะว่าถูกก็ไม่เชิง นั่นก็เพราะว่าซากุระ มีมากมายหลายประเภทยัง แต่ละประเภทก็มีสิ่งที่คล้ายๆกัน แต่ก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปอยู่ด้วยนั่นเอง ในญี่ปุ่น มีตั้งแต่ซากุระป่า จนถึงซากุระสำหรับตกแต่งสวนกว่า 250 ชนิด ทั้งสี รูปร่างของกลีบ ขนาด ก็แตกต่างกันไป

หน้าที่โดยรวมระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง

ในหลายๆ โรงงาน ฝ่ายซ่อมบำรุงถูกมองว่าเป็นศูนย์ต้นทุน โดยมุ่งบทบาทในการดูแลทรัพยากรสนับสนุนการผลิตและเครื่องจักรให้สามารถใช้งานด้วยต้นทุนต่ำสุด แต่แนวโน้มอุตสาหกรรมถูกปรับเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิมที่มุ่งใช้แรงงานสู่ความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น ทำให้ประสิทธิผลการบำรุงรักษาไม่เพียงแค่เป็นศูนย์ต้นทุนแต่ได้กลายเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขัน

โดยฝ่ายบำรุงรักษาจะรับผิดชอบการวางแผน อาทิ การจัดทำแผนกำหนดการและปฏิบัติตามใบสั่งงาน งานดังกล่าวครอบคลุมถึงการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์การบำรุงรักษาเชิงป้องกันรวมถึงงานแก้ไขที่ได้รับการอนุมัติจากฝ่ายผลิตและวิศวกรรม ซึ่งการวางแผนจะมุ่งประเด็นการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นต่องานบำรุงรักษาให้เสร็จสิ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและกำหนดการในแผนบำรุงรักษาควรตอบคำถามสำคัญ อาทิ การบำรุงรักษาเครื่องจักรในโรงงานประกอบด้วยงานอะไรบ้าง งานอะไรที่มีความสำคัญสูงสุด เครื่องจักรมีความพร้อมเดินเครื่องเมื่อไหร่และทรัพยากรหรือระบบสนับสนุนการผลิตมีความพร้อมเมื่อไหร่

สำหรับฝ่ายบำรุงรักษาอาจจะมีบทบาทสนับสนุนการฝึกอบรมให้ทีมงานบำรุงรักษาด้วยตนเอง ซึ่งดำเนินการโดยผู้ควบคุมเครื่องจักรประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ดังนี้

1.ช่วงเริ่มต้นโครงการปรับปรุงเครื่องจักร ต้องมีผู้ควบคุมเครื่องจักร อธิบายให้ช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง เกี่ยวกับหน้าที่การทำงานเครื่องจักรการระบุรายการทำความสะอาดการตรวจสอบและการหล่อลื่น โดยจะมีการจัดทำเอกสารบทเรียนจากปัญหาให้ผู้ปฏิบัติงานได้เรียนรู้และแนะนำวิธีการตรวจสอบขณะที่ดำเนินการทำความสะอาด รวมทั้ง ฝึกอบรมเรื่องการเคลื่อนย้ายงานและตรวจสอบกลไกทำงานขณะเดินเครื่องเพื่อค้นหาความผิดปกติ โดยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบ

  1. ผู้ควบคุมเครื่องจักรต้องวิเคราะห์สาเหตุต้นตอและประเภทปัญหาความบกพร่องในสายการผลิตให้ ช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่างเข้าใจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเวลาการเดินเครื่องจักรและคุณภาพผลิตผลผลิต โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการควบคุมคุณภาพสู่การประกันคุณภาพด้วยการศึกษาองค์ประกอบหลักของเครื่องจักรที่ส่งผลต่อคุณภาพผลิตผลและดำเนินการขจัดต้นตอปัญหาซึ่งมีการติดตามวัดผลตามรอบเวลาเพื่อใช้ข้อมูลดำเนินกิจกรรมไคเซ็นและจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นโดยมีรายละเอียด ดังนี้
    • ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อาทิ ตำแหน่งที่เกิดปัญหาความบกพร่อง ความรุนแรงแต่ละประเภทปัญหา ความถี่การตรวจพบปัญหาแต่ละช่วงการทดสอบ รวมทั้งข้อมูลแสดงแนวโน้มการเกิดปัญหาทางคุณภาพตามรอบเวลา
    • ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการโดยเฉพาะเงื่อนไขการทำงานแต่ละกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับแรงงานวิธีการทำงานวัสดุและเครื่องจักรการกำหนดมาตรฐานหรือเงื่อนไขการทำงานของแต่ละกระบวนการข้อมูลบันทึกเกี่ยวกับสภาพการทำงานขณะที่เกิดปัญหาขึ้น
  1. จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบป้องกัน อาทิ
  • ผู้ควบคุมเครื่องจักรจะสร้างระบบควบคุมด้วยการมองเห็นเพื่อให้ช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง สะดวกต่อการตรวจจับปัญหาและสามารถเข้าถึงจุดที่ยากต่อการตรวจสอบ
  • กำหนดความถี่และวิธีการดำเนินกิจกรรมอาทิ การทำความสะอาดการหล่อลื่นการขันแน่น รวมถึงการให้คำแนะนำกับช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง เกี่ยวกับปัญหาการทำงาน
  • จัดเตรียมเครื่องมือที่จำเป็นไว้ในพื้นที่ทำงานเพื่อสามารถหยิบใช้งานได้สะดวก
  • จัดเตรียมใบงานแสดงการขัดข้อง เพื่อใช้วิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขความผิดปกติที่ถูกตรวจพบ
  • ทำการสาธิตอธิบายแนวทางดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการบำรุงรักษาด้วยตนเอง
  • กำหนดมาตรฐานการหล่อลื่นและตรวจสอบแรงดันอุณหภูมิมาตรฐานทำความสะอาด

กระบวนการควบคุมงานบำรุงรักษา

สำหรับผู้จัดการฝ่ายผลิตและฝ่ายบำรุงรักษาควรให้การสนับสนุนร่วม  โดยกำหนดนโยบายสร้างระบบบำรุงรักษาด้วยตนเอง โดยระบุรายละเอียดขอบเขตประเภทงานบำรุงรักษาของช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง แต่ละคนและขั้นตอนทำงานที่ชัดเจน ดังนั้น ก่อนที่จะมอบหมายความรับผิดชอบให้กับช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง ควรทำการฝึกอบรมเพื่อลดความผิดพลาดขณะปฏิบัติงาน ส่วนขั้นตอนดำเนินการบำรุงรักษาด้วยตนเองได้แก่การจัดเตรียมบุคลากรการทำความสะอาดเครื่องจักรเบื้องต้นการแก้ปัญหามาตรฐานบำรุงรักษาด้วยตนเอง  การตรวจสอบทั่วไป การตรวจสอบด้วยตนเองและการบริหารจัดการด้วยตนเอง

นอกเหนือจากงานที่รับผิดชอบข้างต้นฝ่ายบำรุงรักษายังต้องแจ้งเตือนฝ่ายผลิตเกี่ยวกับงานค้าง ส่วนฝ่ายผลิตจะมีบทบาทสนับสนุนงานบำรุงรักษาในการจัดตารางเวลาการหยุดเดินเครื่องจักร เพื่อให้ฝ่ายบำรุงรักษาสามารถดำเนินการได้โดยไม่กระทบต่อกิจกรรมการผลิต ซึ่งประสิทธิผลการวางแผนจะส่งผลให้เกิดการเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพการทำงาน ดังนั้นกระบวนการวางแผนจะต้องประสานความร่วมมือระหว่างบุคลากร อาทิ หัวหน้างานวิศวกรบำรุงรักษา วิศวกรกระบวนการเพื่อกำหนดช่วงเวลาเหมาะสมให้กับฝ่ายบำรุงรักษา

บางองค์กรอาจมอบหมายให้ผู้ควบคุมงานบำรุงรักษาได้มีบทบาทในกระบวนการวางแผน แต่ผู้ควบคุมงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับการฝึกอบรมจึงมักผลักภาระงานบางส่วนให้กับช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง ทำให้เกิดความสูญเปล่าเวลาในกิจกรรมการผลิต ซึ่งองค์กรที่มีโครงสร้างซับซ้อนมีความจำเป็นต้องจ้างบุคลากรในการประสานงานและจัดสรรงานบำรุงรักษา ส่วนผู้ควบคุมงานบำรุงรักษาและช่างซ่อมบำรุง/ช่างแม่พิมพ์/ลูกมือช่าง จะมีส่วนร่วมวางแผนและแก้ปัญหางานเร่งด่วนรวมทั้งดำเนินแผนงานประจำวันมากกว่าการวางแผนงานล่วงหน้าสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการจะดำเนินการ ดังนี้

  1. การจัดทำประวัติเครื่องจักร โดยแสดงรายละเอียดข้อกำหนดเพื่อการใช้งาน ประวัติการซ่อมและเวลาที่หยุดเดินเครื่องจักรเพื่อซ่อมแซม
  2. จัดทำคู่มือบำรุงรักษาเครื่องจักร พร้อมทั้งบัญชีอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนตามรอบเวลาและทำตารางหรือแบบฟอร์มการตรวจเช็คเครื่องจักรตามรอบ อาทิ ประจำวันประจำสัปดาห์ ประจำ 3 เดือน 6 เดือน และการตรวจเช็คประจำปี
  3. ดำเนินการบำรุงรักษาเครื่องจักรด้วยการตรวจเช็คเครื่องจักรตามรอบเวลาในแผน พร้อมทั้งจัดทำแบบรายงานสรุปแจ้งกับหัวหน้างานและติดประกาศ
  4. การซ่อมและถอดเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุใช้งาน โดยทำบัญชีอะไหล่ที่ต้องถอดเปลี่ยนตามอายุใช้งานแต่ละสัปดาห์เพื่อเสนอฝ่ายจัดซื้อและระบุกำหนดการถอดเปลี่ยนอะไหล่ในวันหยุด
  5. ทำแผนงานปรับปรุงระบบสนับสนุนประจำ 3 เดือน อาทิ งานระบบไฟฟ้า งานแสงสว่างงานระบบน้ำ ระบบควบคุมฝุ่นอุปกรณ์สำนักงานห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวก

นำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามรอบ 6 เดือน ในที่ประชุมและเสนอด้วยรูปแบบโปสเตอร์ โดยรายละเอียดควรแสดงถึงระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกันสามารถลดเวลาหยุดกิจกรรมการผลิตเนื่องจากปัญหาเครื่องจักรขัดข้องเชิงปริมาณเท่าใดหรือค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาต่อหน่วยลดลงเท่าใด